Ufabet911 ฟังสัมภาษณ์เฟร็ด มิดฟิลด์ โดนเยียดสีผิว

เมษายน 15, 2020

Ufabet911 ฟังสัมภาษณ์เฟร็ด มิดฟิลด์ โดนเยียดสีผิว เรียกนักเตะบราซิล เสินเจิ้น

Ufabet911 ข่าวสารกีฬา นักเตะบราซิล ผมไม่ใช่ บราซิลเสินเจิ้น ผมเสียใจนะ ที่ทุกวันนี้ ยังมีคนที่เหยียดสีผิว เหยียดเชื้ออชาติ กันอยู่อีก ทั้งๆที่โลกของเรา ก็เจริญไปมาก แต่ไม่เป็นไร สิ่งที่ผมต้องทำ

ก็คือ การเล่นฟุตบอลต่อไป เป็นประโยคคำพูดจาก ปากของเฟร็ด มิดฟิลด์ เลือดแซมบา ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีต่อ ปฏิกิริยา จากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ขว้างปาไฟแช็ก และทำท่าทางล้อเลียน

เหยียดสีผิวของเขา ภายหลังจบเกมที่ต้นสังกัดของเขานั้น บุกไปเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ ในบ้านได้สำเร็จ หากจะหาว่า ใครในปีศาจแดง ในยุคปัจจุบันนี้ ที่มักจะโดนแฟนบอล คู่แข็งล้อเลียนมากที่สุด ชื่อของเฟร็ด

คงขึ้นนำมาเป็นอันดับที่ 1 อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยดีกรีความเป็นนักฟุตบอล ที่มาจากแผ่นดินที่ ถูกยกให้เป็นเบอร์ 1 ในกีฬาชนิดนี้ อย่างบราซิล และบราซิลเอง ก็นิยม แทงมวยออนไลน์ เป็นเรื่องปกติ ที่ผู้คนจะคาดหวังว่า คงจะมีลีลาการเล่นฟุตบอล

ที่เหนือชั้น และแพรวพราวมีเทคนิค ที่น่าตื่นตา ตื่นใจ

Ufabet911

เส้นทางแห่ง วงการฟุตบอล ที่เริ่มต้นในวัย 10 ขวบ กับสโมสรในบ้านเกิดอย่าง สโมสร Atletico mineiro เขาเริ่มจาก การเล่นตำแหน่ง แบล็คซ้ายมาก่อน จากนั้น จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น มิดฟิลด์

เมื่อย้ายมาอยู่กับ ปอร์โต้ ในช่วงปี 2009 ด้วยความสำพันธ์ที่ดีกับ โรแบร์โต เดอแ แอสซิส พี่ชายของ สตาร์ลูกหนัง ระดับประเทศ อย่างโรนัน ดิญโญ่ ทำให้ชีวิต ภายในประเทศของเฟร็ด มีช่วงเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น

เฟร็ดไม่ใช่นักฟุตบอล ที่เก่งกาจอะไรนัก เปรียบไปก็เหมือน นักฟุตบอลเกรดบี ของประเทศ และปรายทางของนักเตะเกรดบี ไม่ใช่ลีคชั้นนำอย่าง บอลยุโรป หากแต่เป็น ชัคตาร์ โดเน็ตส์ สโมสรในประเทศ ยูเครน

โดยหลังจากที่เฟร็ด โชว์ ฟอร์ม ได้โดดเด่นพอสมควร ในทีมบ้านเกิด ก็เป็น ชัคตาร์ โดเน็ตส์ นี่แหละ ที่กำลังมองหาตัวแทน แฟร์นานดินโญ่ เพื่อย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ และทุกอย่าง ก็มาลงตัวที่เฟร็ด

จากประเทศที่มี แต่ลมกับแสงแดด เฟร็ดต้องเจอ ความท้าทายในชีวิต คือการต้องไปใช้ชีวิต กับประเทศที่มีแต่ หิมะขาวโพลน อากาศที่หนาวเหน็บ จนเข้าขั่วหัวใจ แต่มันคือความท้าทาย ที่ต้องผ่านมันไปให้ได้

เฟร็ดเคยกล่าวถึง ช่วงเวลาที่ต้องย้ายไปอยู่ ที่ยูเครนเอาไว้ว่า เพราะตัวเขา ไม่ใช่นักฟุตบอล ที่มีชื่อเสียง หรือมีฝีเท้าที่โดดเด่น เมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะต้องไปอยู่ใน สถานที่แบบไหนเขาก็พร้อมที่จะสู้

ตอนนั้นเฟร็ด พึ่งจะมีอายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น แต่ต้องเดินทาง ออกมาเผชิญโลก ที่อยู่ห่างจากประเทศบ้านเกิด ของตนเองเกือบครึ่งค่อนโลก ถ้าเขาไม่ใช่ คนที่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง และเด็ดเดี่ยว จริงๆ คงยาก

ที่จะก้าวผ่าน ช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ เพียงซีซั่นแรก ที่เขาย้ายมาร่วมทีม ชัคตาร์ โดเน็ตส์ เขาก็สามารถยึดครอง พื้นที่ตัวจริง ลงสนามได้ต่อเนื่อง มาโดยตลอด อีกทั้งยังมีสถานะ เป็นกำลังสำคัญของสโมสร

ในการพาทีม คว้าแชมป์ ได้ถึง 10 โทฟี่ ตลอดช่วงเวลาที่เขา อยู่กับทีมประมาน 5 ปีกว่าๆ นับตั้งแต่ปี 2013 ถึงปี 2018 ต้องบอกว่า ช่วงเวลาฤดูกาลที่เฟร็ด เล่นฟุตบอลอยู่กับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ เขาได้สร้างอิมเพ็ค

มหาศาลให้แก่ทีม ถือว่าเป็นการพอกพูนชื่อเสียง ของตนเองขึ้นมา จนวงการ บอลยุโรป เริ่มรู้จักชื่อ ของเฟร็ด

Ufabet911 เผยแมนยู สู่ขอเฟร็ด เข้ามาร่วมทีม

จากผลงานที่ยอดเยี่ยม และทัศนคติ ในการทำงานหนัก อยู่เสมอ ทำให้เขาได้รับการ ทาบทาม จากสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด ที่กำลังอยู่ในช่วง เปลี่ยนผ่าน และกำลังต้องการมิดฟิลด์ใหม่

เข้ามาเติมเต็มความแข็งแกร่ง ด้วยค่าตัวแพงมหาศาล ระดับ 52 ล้านปอนด์ ที่แมนยูไนเต็ด ประเคน ใส่พาน เป็นค่าสินสอด เพื่อสู่ขอเขามาร่วมโรงละคร แห่งการสู่ฝัน และมันย่อมตามมาด้วย ความคาดหวังที่สูงมาก

จากแฟนบอล และผู้คนที่เกี่ยวข้อง และแน่นอนว่า ตัวของเฟร็ดเองนั้น ย่อมรู้ดีว่า มันคือความท้าทายครั้งใหม่ ในชีวิต ไปในตัว อีกทั้งตัวเลข 52 ล้านปอนด์ ยังแพงเป็นอันดับที่ 5 ของสโมสร ในตอนนั้นอีกด้วย

ขณะที่ทีมวิกตอรี ผู้เชี่ยวชาญอเมริกาใต้ ได้เปิดเผย ผ่าน บีบีซีว่า เฟร็ดคือนักเตะที่ คล้ายกับ แฟร์นานดินโญ่ ของสโมสร แมนเชสเตอร์ซิตี้ โดยแมนเชสเตอยูไนเต็ด จะได้นักเตะที่เต็มไปด้วยพลัง มาเสริมสร้าง

แดนกลาง สไตล์ บ็อคทูบ็อค เขามีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง และมีประสบการณ์ ในทีมยุโรปมาแล้ว อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า จุดเด่นของเฟร็ดนั้น ไม่เหมือนกับ นักฟุตบอลบราซิลทั่วไป ไม่ได้อุดมไปด้วย

เทคนิคที่แพรวพราวอะไร หากแต่เฟร็ด เป็นผู้เล่นที่เต็มไปด้วย ความทุ่มเท พร้อมจะวิ่งเพื่อทีมมมากกว่า และชีวิตการเริ่มต้นใหม่ ที่ประเทศอังกฤษนั้น ไม่ได้ง่าย อย่างครั้งที่เขาย้ายมาอยู่ ยูเครนใหม่ๆ

เพราะด้วยสไตล์ฟุตบอล ในอังกฤษนั้นมีความเข้มข้น หนักหน่วง ไม่เหมือนลีคใดในโลก เฟร็ดจึงต้องใช้เวลา ในการปรับตัว พอสมควร

ดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายเฟร็ด

ด้วยความเป็นทีมใหญ่ อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันกลายเป็นเหมือน ดาบสองคม ที่ย้อน กลับมาทำร้ายตัวของเฟร็ด เพราะในซีซั่น 2018 2019 ลากยาวมาจนถึง ต้นฤดูกาลนีั เฟร็ดถูกวิจารณ์หนักมาก

ในเรื่องของ การเล่นฟุตบอล ที่ต่ำกว่ามาตฐานของทีม จนบางครั้งถึงขั้น ด่าเขาตรงๆเลยด้วยซ้ำว่า เฟร็ดนั้นมีค่าตัวที่แพงเกินจริง และไม่มีความสามารถมากพอ ที่จะเล่นฟุตบอลในระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีคได้

ไม่ใช่แค่นักวิจารณ์ท่านั้น ที่ปรามาสความสามารถ ทางลูกหนังใน วงการฟุตบอล ของเฟร็ด เพราะแม้แต่แฟนบอลทีมตัวเอง ยังละอา และบ่นด่าเขาในทุกครั้ง ที่ลงสนาม นอกเหนือไปกว่านั้นคือ สถานะตัวตน

ของแฟนบอลทีมคู่แข็ง ที่มองว่าเฟร็ด เป็นนักฟุตบอลที่ จับบอลก็ลั่น ยิงบอลก็ไม่เป็น ผ่านบอล ก็ไม่ได้ จนในที่สุด ฉายาบราซิลเสินเจิ้น ก็เป็นภาพจำของเขา ไปในที่สุด แต่สิ่งเดียวที่เฟร็ดทำ ก็คือความมุ่งมั่น

ซ้อมทำงานอย่างหนัก ในทุกๆ วัน ประกอบกับการสนับสนุน จากกุนซือ อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ให้โอกาสเขา ได้ลงเล่นอยู่เสมอ จนกระทั้งในตอนนี้ เฟร็ดสามารถ กลับมาเป็น นักฟุตบอลที่มีผลงาน ที่โดดเด่น

ได้อีกครั้ง นับตั้งแต่ตอนนี้ เป็นจำนวน 9 เกมติดต่อกันแล้ว ในพรีเมียร์ลีค ที่เฟร็ด ได้ลงสนามให้กับแมนยูไนเต็ด ครบ 90 นาทีทุกนัด เฟร็ดได้รับคำชมจาก วงการฟุตบอล อีกครั้ง ว่ามีความมุ่งมั่น และความพยายาม

อย่างหนัก มีหัวใจที่สู้ไม่ถอย ทำให้เขาได้รับความเห็นใจและชื่นชม ว่าคุณค่าของคน ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่สีผิว หรือว่าเชื่อชาติ

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.nodeposit67casino.com