ชะตากรรมของ “เรือใบ”

กุมภาพันธ์ 15, 2020

ชะตากรรมของ “เรือใบ”

ชะตากรรมของ "เรือใบ"

ชะตากรรมของแมนฯซิตี้ เวลานี้คือเรื่องที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้าติดตาม ผมโปรยๆ ข่าวนี้หลังจากทุกสื่อทั่วโลกลงข่าว “เรือใบ” โดนแบน 2 ปีจากยูฟ่า ตอนนี้ได้จังหวะ….วิเคราะห์เจาะลึก ให้เห็นภาพกว้างๆของเรื่องที่เกิดขึ้น

   1 ทำไมโดนลงโทษ ทางเข้า UFABET

    เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ พ.ย. 2018 แดร์ สปีเกิ้ล นิตยสารรายสัปดาห์ของเยอรมัน ปล่อยข่าวว่ามีหลักฐาน จากอีเมล เรื่อง”การเงิน” และข้อความของผู้บริหารแมนฯซิตี้ ที่นิตยสารได้ข้อมูลจาก แฮคเกอร์ ชื่อ รุย ปินโต ชาวโปรตุกีส ที่ใช้นามแฝงว่า “จอห์น”

เป็น Football Leaks (ก่อตั้งปี 2015) หลักฐานตรงนั้นถูกนำส่งสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า จากนั้นหน่วยงานของยูฟ่าที่ทำงานพร้อมกันสองหน่วยคือ ..

ชะตากรรมของ "เรือใบ"

    หน่วยงานควบคุมการเงินและการตรวจสอบในชื่อ Uefa’s club financial control body (CFCB) investigatory chamber (IC) ดำเนินการสอบสวนทันที

หลักฐานที่ว่านั้นคือ การจงใจปกปิดตัวเลขรายได้ที่แท้จริงของแมนฯซิตี้ โดยเฉพาะ “รายได้” นั้นมาจากกลุ่มทุน เจ้าของแมนฯซิตี้ Abu Dhabi United Group หรือ ADUG ของราชวงค์ อัล นารยาน ของท่านชีค มานซูร์ เกิดขึ้นในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งเงินก้อนนี้ ไม่มากแค่ 67.5 ล้านปอนด์

เพียงแต่ “ละเมิด” กฏการเงินที่ รายได้มาจาก “เงิน” เจ้าของทีม (บริษัทท่านชีค) โดยมีเงินจากผู้สนับสนุนทีมจริงๆ คือ Etihad Airline เข้ามาแค่ 8 ล้านปอนด์ ที่เหลืออีก 59.5 ล้านปอนด์ มาจาก ADUG

อันเป็นเงินจากกระเป๋าท่านชีค เจ้าของทีม โดยอีเมลที่โดนแฮค มีทั้งชื่อ ฮอร์เก้ ชูมิยาส หัวหน้าการเงินแมนฯซิตี้ รวมทั้งใบเสร็จที่ระบุชัดเจน

นอกจากนี้…ยังมีอีเมล สื่อสารกันในหมู่ผู้บริหารการเงินแมนฯซิตี้ ที่วิจารณ์การเสียชีวิตของ อดีตประธานคณะผู้ตรวจสอบของยูฟ่า หรือ IC นาย Jean-Luc Dehaene (อดีตนายกรัฐมนตรี เบลเยียม) ข้อความดังกล่าวในอีเมลหลังนาย ฌอง สิ้นลม คือ

ชะตากรรมของ "เรือใบ"

    “1 down, 6 to go. ไปแล้ว 1 เหลืออีก 6 (สมาชิกผู้ตรวจสอบมี 7 คน) ตอนนั้น คณะผู้ตรวจสอบ (IC) สั่งลงโทษปรับเงินแมนฯซิตี้ ในปี 2014 ข้อหาละเมิดกฏการเงินนี่แหละ

    2 ละเมิด กฏ “งบการเงิน” อย่างไร

    Financial Fairplay (FFP) หรือกฏการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการเงิน เป็นวิสัยทัศน์ของ มิเชล พลาตินี อดีตประธานยูฟ่า ที่มองเห็นการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม หลังจากมหาเศรษฐี ทั้งจาก ตะวันออกกลาง, รัสเซีย, จีน , อเมริกา เข้ามาเทก โอเวอร์

ทีมบอลชื่อดังในยุโรป เขาเกรงว่าถ้าไม่สกัดไว้ก่อน..อีกหน่อยทีมเล็กๆ ทีมจากชาติเล็กจะพากันยุบสโมสรไปหมด จึงมีกฏการเงินออกมา พลาตินี ถึงขั้นพูดเรื่องนี้ว่าไม่ต่างอะไรจากการใช้สารกระตุ้นของนักกีฬา

มันคือ Financial Doping เพราะเจ้าของทีมใช้เงินตัวเองทำงาน ไม่ใช่ใช้หลักการบริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ คือทำธุรกิจ แล้วใช้เงินจากผลประกอบการของตัวเอง …

 FFP ใช้ซีซั่นแรก 2011-12 โดยเนื้อหาสาระที่เข้าใจง่ายๆเลยนะครับ

    *เงินเจ้าของทีมช่วยชำระหนี้ได้ “ก้อนหนึ่ง” แต่ไม่ทั้งหมด

* เงินเจ้าของทีมไม่สามารถนำมาใช้ “จ่าย” ค่าจ้างนักเตะหรือ “ซื้อ” นักเตะเข้าทีม

ส่วนรายจ่ายเรื่องสนามซ้อม , อะเคเดมี , การพัฒนาเยาวชน โครงการร่วมกับชุมชน อะไรนอกสนามไม่เกี่ยวกับนักเตะ…สามารถใช้เงินเจ้าของทีมได้

* สโมสรต้องรักษางบดุลบัญชี รายรับรายจ่ายให้เหมาะสม

*รายจ่าย เฉพาะ การซื้อนักเตะ, ค่าจ้างนักเตะ (ไม่รวมรายจ่ายส่วนอื่นนอกสนาม) เงินที่ใช้ส่วนนี้ต้องมาจากผลประกอบการของสโมสร (ไม่ใช่เจ้าของทีม)

*รายรับสโมสรมาจาก ; ตั๋วชมเกม, ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, เงินรางวัล, สินค้าที่ระลึก, เงินจากผู้สนับสนุนทีมและกิจกรรมการตลาด ไม่ใช่เงินของ “เจ้าของ” ทีม

*ถ้าติดลบเป็นหนี้ได้แต่ให้ซีซั่นละไม่เกิน45 ล้านยูโร คร่าวๆพอให้เห็นภาพ นะครับ ประมาณนี้

ชะตากรรมของ "เรือใบ"

    กรณีของ แมนฯซิตี้ คือ “รายได้”เข้าทีมมาจาก “เจ้าของทีม” แต่ผ่านบริษัทตัวเอง อาจไม่โดยตรงแต่โดยอ้อม ซึ่งก็ละเมิดอยู่ดี (ซิกแซกไง)

   3 โทษของการละเมิดกฏ

    ปรับเงิน, จำกัดโควต้านักเตะ สองกรณีนี้ แมนฯซิตี้โดนแล้ว ปรับเงินและส่งนักเตะแข่งได้แค่ 21 คน ตัดแต้ม, ห้ามแข่งขันสโมสรยุโรป

กรณีนี้ แมนฯซิตี้ สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก (CAS)ได้ แต่ต้องลุ้นสามเงื่อนไข….

ศาลไม่รับอุทธรณ์ ศาลพิจารณาลดโทษเหลือ 1 ปี ศาลยืนยันตามบทลงโทษแบนของยูฟ่า 2 ปี ดูตามรูปการณ์แล้ว โดนลงโทษแน่ครับ

เพียงแต่เต็มเวลาหรือลดครึ่งหนึ่ง…อีกเรื่อง ส่วนการไม่โดนแบนนั้น…..เป็นไปได้ยากแค่ 0.0001%

ส่วนพรีเมียร์ลีกนั้นมีน.ส.พ. Independent เจ้าเดียวที่ระบุ…เรื่องตัดแต้ม ด้วยเพราะ ตามกฏการของใบอนุญาตสโมสรฟุตบอลอาชีพ (Club Licensing)

สโมสรต้องยื่น “ข้อมูล” ที่ถูกต้องให้กับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เพื่อได้ใบอนุญาตจากพรีเมียร์ลีก ด้วย และ “ข้อมูล”นั้นต้องตรงตามบรรทัดฐานยูฟ่า บทลงโทษกรณีที่ “ข้อมูล” เป็นเท็จนี้ น่าจะโดน “ตัดแต้ม” อย่างมากครับ

 4 ผลกระทบจากการโดนแบนของเรือใบ

    ถ้าไม่ได้เล่นสโมสรยุโรปรายได้ที่หายไปคือ เงินค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, รางวัลแข่งขัน หายไป สินค้าที่ระลึกเฉพาะสโมสรยุโรป …

ชะตากรรมของ "เรือใบ"

    ปีที่แล้วลิเวอร์พูลกวาดเงินก้อนนี้กว่า 100 ล้านปอนด์ บวกกับปีที่เข้าชิงชนะเลิศรวมๆเกือบ 200 ล้านปอนด์ นี่คือ “รายได้” ที่เกิดจากการแข่งขันอย่างเท่าเทียมที่ แมนฯซิตี้ จะไม่ได้รับจากการโดนแบน

รวมทั้งนักเตะชื่อดัง ไม่อยากมาร่วมทีม มีข่าวลือว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่น่าต่อสัญญา

 5 ถ้าโดนแบน เป๊ป และนักเตะยังไงต่อ 

    สัญญาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สิ้นสุด มิ.ย. 2021 หรืออีก 16 เดือนข้างหน้า เขาพูดแล้วว่าจะอยู่จนครบ หลังมีข่าวลือช่วงธ.ค.​ว่าสิ้นซีซั่นนี้ เป๊ป จะไป มีข่าวลือเชื่อมกับ ยูเวนตุส เป้าหมายใหม่ของเขา ประเด็นนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง

ชะตากรรมของ "เรือใบ"

    ผมเชื่อว่าถ้า แมนฯซิตี้ โดนแบนจากสโมสรยุโรป ตัวเป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีโอกาสโบกมือลาทีม คงไม่คิดถึงสัญญาฉบับใหม่

    ด้วยเหตุผลของ เป๊ป ที่เป็นคนแบบ perfectionist คือทำอะไรแล้วต้องเนี้ยบ หาข้อผิดพลาดแทบไม่ได้ ทำบอลก็ต้องชนะอย่างมีสไตล์ ไม่ใช่ทำเพื่อผลแข่ง

การที่สโมสรแมนฯซิตี้ มีภาพลักษณ์ติดลบแบบนี้ เขาไม่น่าจะอยู่ทำงานต่อ…คงต้องเดินจากไป คงไม่เหมาะกับตัวของ เป๊ป แน่นอน

ผมว่าเขายอมรับเรื่อง(ผิดๆ) แบบนี้ได้ยาก อีกทั้งถ้าไม่ได้เล่นบอลยุโรป “รายได้” ไม่เข้ามาเพิ่ม ทั้งเงินรางวัลแข่งขันและลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีวี นักเตะตัวหลักอาจจะต้องขายไป….เพื่อรักษางบดุล แบบนี้เหมือน มัดมือ เป๊ป ไว้ข้างหนึ่ง

เหตุผลหลักๆจากการโดนแบนสองข้อนี้ ทัศนคติส่วนตัวเป๊ป และ สภาพทีมหลังจากโดนแบน น่าจะเป็นพอเป็นเหตุผลให้ เป๊ป อำลาทีม

ถ้าเป๊ป อำลาแมนฯซิตี้….

การหาตัวแทนน่าจะเป็นเรื่องยาก ในตอนแรก แต่เดอะ โชว์ มัสต์ โก ออน…ยอดฝีมือยังมีอีกหลายคนที่ “เจ้าของ” ทีมพร้อม “จ่าย”

 เพียงแต่….แมนฯซิตี้ ต้องใช้ชีวิตในห้องขังของ ยูฟ่า สักระยะ รอเวลาพ้นโทษกลับออกมาเพื่อสู้ในเวทียุโรปอีกครั้ง

Jackie

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.nodeposit67casino.com